YBGD

{SF} ปล่อย Ch.01 : YB/GD

posted on 05 Jan 2009 05:25 by do-rehab  in YBGD

 

 

ป ล่ อ ย

C h a p t e r 01 

 

 

 

“เรา ... เลิกกันเถอะ” 

 

เสียงสั่นเครือลอดผ่านคำคอออกมาอย่างยากลำบาก  ถึงแม้จะแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน  แต่คนฟังที่ยืนสงบนิ่งมาตั้งแต่ต้นกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

 

ควอนจียง  เงยหน้าขึ้นสบตาชเวซึงฮยอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มบทสนทนาอันตรึงเครียด  ท่าทีที่สงบนิ่งของซึงฮยอนไม่เคยมีใครเดาได้ถูกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่  กระทั่งจียงเองที่อยู่ข้างกายเขามานานนับปีแต่ไม่เคยแปลท่าทาวของชายหนุ่มคนรักได้ถูกเลยสักครั้ง 

 

ดวงตาคมกริบที่ปกติจะหลบอยู่ใต้แว่นกันแดดของหลุยส์ วิตตองบัดนี้จ้องตรงมาที่เขา  มีใครบ้างที่กล้าสู้สายตาของซึงฮยอนได้นาน  จียงเองเคยคิดว่าเขาคุ้นชินกับดวงตาคู่นี้  เคยคิดเสมอว่าดวงตาคู่นี้มุ่งมองมาที่ตนเองเสมอ  หากไม่มีเลยที่เขาจะกล้าจ้องมองตอบกลับสายตาคมของซึงฮยอนได้นาน  และบางครั้ง  ... ที่เขารู้สึกว่าสายตาของคนรักแม้จะมองมาที่ตนเองแต่มันคล้ายจะเลยผ่าน  ... ไปถึงใครอีกคน ...

 

ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น  ลำพังแค่เอ่ยปากบอกเลิกเขาก็รวบรวมความกล้าอย่างยากเย็น  ยิ่งถูกสายตาคู่นั้นมองตรงมาอีก  จียงรู้สึกราวกับอยากจะหายตัวไปจากที่ตรงนั้น 

 

... ซึงฮยอนกำลังคิดอะไรอยู่ ? ...

... จียงหวังจะให้คำตอบของซึงฮยอนคืออะไร ? ...

 

ถ้า ... ซึงฮยอนบอกว่า “ไม่” เขาไม่มีวันปล่อยมือของจียง  ... ร่างบางจะดีใจจนหัวใจพองโตอีกครั้งหรือเปล่า

แต่ ... ถ้าซึงฮยอนบอกว่า “ไปเถอะ”  ฉันจะไม่รั้งนายไว้ ... จียงจะร้องไห้ไหมนะ ?

 

ความเงียบที่ย่างกรายนั้นแม้จะกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่มันกลับยาวนานดุจนิรันดร์  สายตาของจียงเสมองบนไหล่ข้างนึกของซึงฮยอน  รอรับฟังคำตอบจากคนรักด้วยจิตใจที่สั่นไหว  จียงเฝ้านึกถามตัวเองว่าเขาต้องการคำตอบแบบไหนกัน  ถ้าเป็นข้อแรก  ... เขายินดีวิ่งกลับเข้าไปหาอ้อมกอดที่อบอุ่นของชเวซึงฮยอนอย่างใช่ไหม

 

หากคำตอบมันมีได้เพียงหนึ่ง 

 

“ฉัน ... ขอโทษ”  เสียงทุ้มต่ำที่เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของชายหนุ่มทำลายความเงียบ  ซึงฮยอนสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางเอื้อมมือข้างหนึ่งวางไว้บนบ่าของจียง 

 

“ฉันขอโทษ”  ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าพึมพำคำขอโทษข้างหูของจียง  ไม่ต้องมีคำอื่นใด  น่าแปลกนะ ... ที่ครั้งนี้จียงกลับเข้าใจความหมายที่ซึงฮยอนต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน  คำขอโทษของซึงฮยอนวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน  ก่อนที่จียงคิดว่าน้ำตาของตัวเองจะร่วงหล่นออกมาให้คนตรงหน้าเห็น  เขาสะบัดตัววิ่งออกจากห้องซ้อมที่ไม่ได้ใช้งานนั้นไปอย่างรวดเร็ว 

 

เสียงประตูเปิดและกระแทกปิดกลับดังปัง  ซึงฮยอนไม่ได้วิ่งตามออกไป  เขามองตามแผ่นหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของตัวเองจนกระทั่งถึงเมื่อครู่นี้วิ่งหายลับไป  ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่นสนิท  มีเพียงดวงตาที่สั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดเท่านั้นที่อธิบายความรู้สึกของซึงฮยอนในตอนนี้

 

 

จียงไม่เคยให้ใครได้เห็นถึงความอ่อนแอของตัวเอง  กระทั่งกับคนที่เขาคิดว่าได้ทุ่มเทความรักไปให้ทั้งหมดจียงก็ไม่อยากให้ได้เห็น  จะไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของควอนจียง  ร่างบางนั้นวิ่งขึ้นบันไดจุดมุ่งหมายอยู่ที่ดาดฟ้าของบริษัท  ระหว่างที่วิ่งขึ้นบันไดจียงพยามยามกลั้นเสียงสะอื้น  พ้นจากบันไดขั้นสุดท้าย  ชายหนุ่มรีบผลักบานประตูที่เชื่อมไปยังลานดาดฟ้าด้านนอก  เม็ดฝนกระหน่ำแรงสร้างความเปียกชื้นไปทั่ว  ฟ้าทะมึนด้วยเมฆฝนใหญ่  ชายหนุ่มที่วิ่งมาทิ้งตัวล้มลงบนพื้นเปียก  มือทั้งสองข้างค้ำยันร่างกายไว้  ปล่อยให้ฝนเม็ดโตรินรดแผ่นหลังของตน  เส้นผมที่เปียกชื้นแนบลู่กับศรีษะได้รูป  ใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝน  ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าไหนคือน้ำตา  ไหนคือหยดฝน  หากไหล่เล็กสะอื้นฮักไม่ได้หยุด 

 

มันเจ็บนัก  ... ราวกับทุกอย่างจบสิ้นและพังทลายลง 

 

เขารักชเวซึงฮยอนมาก  หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อคนที่ตนเฝ้ามองมานานเอ่ยปากขอคบ  เมื่อแรกจียงดีใจจนไม่เป็นอันทำอะไร  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ... จียงอยากจะถามซึงฮยอนสักครั้ง ว่าเป็นเขานั้นแน่ใจเหรอ ?  ... เมื่อไหร่กันที่จียงรู้สึกว่าดวงตาของซึงฮยอนมองเขาก็เหมือนกับไม่ได้มอง  ซึงฮยอนที่เหมือนจะรู้จักดีครั้นก็เหมือนคนแปลกหน้า  ใต้ใบหน้าที่เงียบขรึมและดวงตาคมมีใครบ้างที่หยั่งรู้ความคิดของซึงฮยอนได้เที่ยงตรง  ... ไม่มีเลยสักคน  เขากับซึงฮยอนยิ่งใกล้กันก็เหมือนยิ่งไกลห่าง  ... ห่างออกไปทุกทีเกินจะเอื้อมถึง  เพราะฉะนั้นถ้ายอมปล่อยมือตอนนี้  ตอนที่ยังรู้สึกตัวมันจะดีกว่าไหม  จะเจ็บน้อยกว่าไหม  ที่จะนั่งหลอกตัวเองต่อไป  ว่าชเวซึงฮยอนเองก็รักเขาไม่ต่างกัน 

 

ไหล่บอบบางที่เกร็งรับน้ำหนักยิ่งสะท้านหนักขึ้น  ทั้งความเหน็บหนาวจากอากาศชื้นและความเจ็บจุกอกในหัวใจ  ควอนจียงที่ถือดีและทนงตัวของใครๆ แท้จริงแล้วกลับอ่อนแอขนาดนี้ 

 

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาสัมผ้สน้ำขังทำให้ร่างบางหันขวับ  ร่างคุ้นตาของใครคนหนึ่งเดินมาหยุดข้างๆ พาดแจ็ตแกตที่ใส่อยู่ลงบนตัวของจียงทั้งยังดึงฮู๊ดปิดศรีษะเสียมิด 

 

“เข้ามาเถอะ  ถ้าป่วยตอนนี้มันจะยุ่ง”  ยงแบดึงแขนข้างหนึ่งของจียงขึ้นมา  ฉุดให้ร่างบางลุกขึ้นยืนพลางจูงเดินเข้าไปด้านใน  จียงไม่นึกอับอายที่ถูกยงแบเห็นสภาพย่ำแย่ของตัวเองเข้า  ซ้ำยังหยุดร้องไห้ตั้งแต่เดินมาคู่กัน  ชั่วจังหวะหนึ่งก่อนจะก้าวลงบันได  ยงแบหันมามองจียงที่ซุกตัวอยู่ใต้แจ็กแกตของเขา

“จะร้องไห้ก็ได้นะไม่มีใครเห็นหรอก”

“ไอ้บ้าใครจะร้องไห้ ไม่มี”  จียงรีบปฏิเสธหากน้ำเสียงที่สั่นเครือนั้นทำให้ยากจะเชื่อถือ  หากก้มหน้างุดภายใต้แจ็ตแกตที่มีกลิ่นประจำตัวของยงแบ  ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดที่เดินเคียงข้างฉุดแขนของจียงให้หยุดเดิน  แล้วดึงฮู๊ดที่คลุมศรีษะได้รูปออก  เส้นผมเปียกลูบแนบกับใบหน้า  ดวงตาอันแสนจะอ่อนโยนของยงแบมองลึกเข้าไปในดวงตาที่จียง

“ถ้าไม่ร้อง  ทำไมเปื้อนคราบน้ำตา  ฝนมันไม่ตกลงมาเป็นน้ำตาหรอกนะ” 

 

ดวงตาของควอนจียงเริ่มแดงกร่ำ  แก้มเนียนจนถึงบริเวณโหนกแก้มถูกหลังมือของยงแบสัมผัสอย่างแผ่วเบา

 

“ร้องออกมาเถอะ  บนนี้ไม่มีใครขึ้นมาหรอก  ร้องไห้ออกมาให้พอก่อนที่จะกลับไปซ้อมรวมกันอีก” 

 

พอคิดถึงคนที่จะต้องซ้อมร่วมกัน  ร่างบอกบางของจียงก็โผเข้าไปฝังใบหน้าลงบนไหล่กว้างของยงแบพร้อมปล่อยโฮออกมา  ยงแบกอดร่างนั้น  ลูบแผ่นหลังที่สะอื้นฮัก    

 

 

 

To be continue!